รีวิว เที่ยวเชียงราย เน้นขับรถเที่ยวดอย 4 ดอย ดอยแม่สะลอง ดอยช้างมูบ ดอยตุง ดอยช้าง 3วัน 2คืน

1.2K

รีวิว เที่ยวเชียงราย โดยเน้นขับรถเที่ยวดอย ทั้งหมด 4 ดอย ดอยแม่สะลอง ดอยช้างมูบ ดอยตุง และดอยช้าง รวมทั้งหมด 3 วัน 2 คืน เป็นทริปที่สบาย ๆ ไม่เหนื่อย ไม่ต้องปีนเขา เน้นเช่ารถและขับรถไปเที่ยวดอยกันเอง

ซึ่งทริปนี้เป็นทริปเที่ยวเชียงรายครั้งแรกของผู้เขียน ไปกับเพื่อน 1 คน โดยใช้งบประมาณต่อ 1 คน ราว 7,500 บาท ไม่รวมค่ากินและค่าของฝาก เน้นการเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ลำบาก มีข้อจำกัดทางด้านเวลาเล็กน้อย ชะโงกทัวร์เบา ๆ ใครที่พร้อมจะตามรอยก็มากันได้ ช่วงที่ไปเที่ยวคือ 26-28 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นช่วงที่อากาศที่เชียงรายไม่ร้อนมาก อากาศช่วงกลางวันอยู่ที่ 25-28 องศา ช่วงกลางคืนบนดอยอยู่ที่ 19-23 องศา และไม่มีฝน ทำให้เป็นช่วงที่น่าเที่ยวเป็นอย่างมาก และก็ไม่ใช่ช่วงเทศกาล ทำให้คนน้อยกว่าที่คิดมาก ค่อนข้างส่วนตัวเลยทีเดียว

รีวิว เที่ยวเชียงราย เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ

วันที่ 1 รีวิว เที่ยวเชียงราย ที่ดอยตุง ดอยช้างมูบ และไปพักที่ดอยแม่สะลอง

รีวิว เที่ยวเชียงราย
เส้นทางของวันแรกที่เราจะเดินทางไปทั้งหมด

ในวันแรก เรามาถึงที่สนามบินเชียงราย โดยสายการบิน Thai Smile เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เวลา 08.30 ถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย 09.55 เมื่อถึงสนามบินที่เชียงรายแล้ว ก็ตรงดิ่งไปที่เคานท์เตอร์สำหรับเช่ารถของ ChicCarrent ที่อยู่ในสนามบิน ซึ่งส่วนตัวได้ทำการจองไว้ล่งหน้าเรียบร้อยแล้ว ทำให้เราเลือกรถได้ เช็คได้ว่ามีรถไหนที่เราต้องการสะดวกบ้างไหม ซึ่งส่วนตัวเลือกเป็น Honda Jazz เป็นเครื่อง 1.5 เพราะไปเที่ยวกับแค่ 2 คน รถขนาดนี้รวมของก็น่าจะพอ โดยเช่าเป็นระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 17.00 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,200 บาท

เริ่มจาก ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาสวยงามเป็นเอกลักษณ์ พร้อมคาเฟ่สำหรับชมวิวไร่ชา

รีวิว เที่ยวเชียงราย
ภาพทวิทัศน์จาก ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาสุดลูกหูลูกตา

จากสนามบินเชียงรายไปยัง ไร่ชาฉุยฟง ใช้เวลาไม่นาน เพียง 45 นาที ถึงประมาณ 11.15 การขับรถใช้เป็นถนนหลักเสียเป็นส่วนใหญ่ มีขึ้นดอยบ้างเล็กน้อย ไม่ได้เยอะมาก ขับได้สบาย ๆ  เมื่อขับมาตามเส้นทางของ Google Maps ก็จะเห็นวิวไร่ชาฉุยฟงที่สวยมาก ๆ ตามรายทางก็จะมีบางช่วงมีจุดจอดรถเพื่อให้ชมวิวและแวะถ่ายรูปได้เลย เมื่อมาถึงไร่ชาฉุยฟงแล้ว ก็จะมีคาเฟ่หลัก ๆ อยู่ 2 ที่ ส่วนตัวไปที่คาเฟ่แรก เพราะตอนนั้นคนน้อยดี เมื่อไปที่คาเฟ่ ใหญ่พอสมควร ด้านล่างของคาเฟ่ก็จสามารถเดินลงไปที่ไร่ชาเพื่อไปถ่ายรูปได้ ซึ่งจุดนี้ได้รูปหลายรูปมาก ส่วนอาหารในคาเฟ่ราคาไม่แพงเลย เครื่องดื่มเริ่มต้นที่ประมาณ 50 บาท เท่านั้น มีทั้งเค้กและของหวานต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารคาว อาหารจานเดียว ราคาก็เริ่มเพียงที่ 100 บาท ราคาเป็นมิตรมาก ๆ สามารถดูเมนูได้ที่นี่

ไร่ชาฉุยฟง
ครัวซองค์ไส้ชาเขียว ราดไวท์ช็อคชาเชียว อันนี้คือเดอะเบสท์ อร่อยยยยยยยมากกกกก แนะนำเลย

โดยอาหารที่เราสั่งมา ก็จะมีข้าวผัดไส้อั่ว สปาเกตตีคาโบนาร่า ชาเขียวไข่มุก ชาอู่หลงน้ำผึ้งมะนาว และเพลนครัวซองค์ไส้ชาเขียว ราดไวท์ช็อคชาเชียว ซึ่งสิ่งที่แนะนำมาก ๆ คือตัวครัวซองค์ชาเชียวนี่แหละ นอกเหนือจากรูปลักษณ์ดีแล้ว รสชาติก็ดีด้วย ตัวครัวซองค์ไม่แข็งกระด้าง มีไส้ชาเขียวสอดไส้ พร้อมราดไวท์ช็อคชาเชียว ซึ่งหวานน้อย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความหวานมากนัก และได้ความเข้มของชาเขียว เมนูนี้อร่อยมาก แนะนำเลยจริง ๆ สำหรับ ไร่ชาฉุยฟง

ไหน ๆ ก็มาถึงที่ ไร่ชาฉุยฟง แล้ว ก็อย่าลืมของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย ส่วนตัวปกติชอบซื้อพวกผงชาเชียวของชาฉุยฟงที่มีขายตามซุปเปอร์ทั่วไปอยู่แล้ว ที่นี่ไม่ได้มีแค่เพียงชาเขียวเท่านั้น แต่ยังมีชาอู่หลง ชาต่าง ๆ ทั้งแบบออริจินัลและแบบแปรรูปต่าง ๆ ชุดชงชา ส่วนตัวซื้อชาอู่หลงกลิ่นส้ม ชาเขียวเป๊บเปอร์มินต์ และชาอู่หลงแบบออริจินอลกลับไป ส่วนตัวชื่นชอบการดื่มชาอยู่แล้ว เลยหมดไปหลายบาทอยู่เหมือนกัน

ไปสักการะที่พระธาตุดอยตุง สายมูอย่าพลาด รีวิว เที่ยวเชียงราย

รีวิว เที่ยวเชียงราย
อย่าลืมแวะมาสักการะที่พระธาตุดอยตุง

เราออกจากไร่ชาฉุยฟง ตอนประมาณ 13.00 จากนั้นมุ่งหน้าสู่วัดพระธาตุดอยตุง ขับรถไปใช้เวลา 40 นาที นับจากไร่ฉุยฟง เราจะออกไปยังถนนเส้นหลัก จากนั้นก็จะเริ่มถนนที่จะขึ้นดอย แนะนำว่าให้ใช้ถนนสาย 1149 เพราะว่าเป็นถนนสายใหม่ที่จะไปพระธาตุดอยตุง ถนนจะชันน้อยกว่าและไม่คดเคี้ยวเท่าถนนสายเก่าอย่าง 1138

เมื่อมาถึงพระธาตุดอยตุง ก็สามารถเข้าไปสักการะพระธาตุได้ ซึ่งสำหรับผู้หญิงใครที่ใส่ขาสั้นมา ก็จะมีผ้าซิ่นหรือโสร่งให้ยืมใส่เพื่อเข้าไปสักการะได้ด้วย ส่วนตัวเพิ่งเคยมาที่พระธาตุดอยตุงครั้งแรก รู้สึกอิ่มเอิบใจอยู่ไม่น้อย และยังมีพื้นที่ให้ถ่ายรูปสวย ๆ กันด้วย พร้อมจุดชมวิวที่สวยงาม

ดอยช้างมูบ ชายแดนไทย-เมียนมาร์ จุดเช็กอิน ดื่มกาแฟวิวภูเขาพาโนรามา

ดอยช้างมูบ
จุดชมวิวดอยช้างมูบ มาช่วงบ่าย ๆ แต่อากาศเย็น

เราเดินทางออกจากพระธาตุตอยตุงช่วง 15.30 ขับรถไปที่ดอยช้างมูบกันต่อ ใช้เวลาแค่เพียง 7 นาที เท่านั้น ซึ่งตรงดอยช้างมูบนั้นอยู่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ฝั่งเมียนมาร์จะเป็นรัฐฉาน ตอนเดินทางก็สามารถขับรถมาตาม Google Maps ได้เลย ตรงดอยช้างมูบจะเป็นฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบของทหาร สามารถจอดรถบริเวณข้าง ๆ ได้เลย โดยเป็นวิวภูเขาสุดลูกหูลูกตา พร้อมจุดถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

รีวิว เที่ยวเชียงราย
อีกมุมหนึ่งบนดอยช้างมูบ

และด้านบนก็จะมีร้านกาแฟขนาดเล็ก กาแฟผาเมือง สามารถเข้าไปดูเมนูกันได้ ราคากาแฟไม่แพง ให้บรรยากาศอยู่บนวิวภูเขาพร้อมจิบกาแฟไปด้วย ได้อารมณ์ฟีลพักผ่อน พร้อมถ่ายรูปวิว ดี ๆ ไปด้วย

มุ่งตรงไปที่บ้านหอมหมื่นลี้ แช่จากุซซี่ พร้อมชมวิวภูเขาเป็นพื้นหลัง ที่ดอยแม่สะลอง

บ้านหอมหมื่นลี้
นี่คือวิวจากด้านหลังห้อง J2 ช่วงเย็น ๆ คือสวยมากกกกกกกก แช่จากุซซี พร้อมชมวิวภูเขาด้านหลัง

เราออกเดินทางออกจากดอยช้างมูบตอน 17.00 น. เพราะถ้ามืดกว่านี้จะลงเขาลำบาก โดยไปยังที่พักบ้านหอมหมื่นลี้ ที่ดอยแม่สะลอง แนะนำว่าให้ไปทางเส้นทางหลัก เพราะคดเคี้ยวน้อยกว่า ไม่แนะนำให้ไปเส้นทางรองอื่น ๆ ยกเว้นคุณมีความชำนาญในพื้นที่ ซึ่งจากดอยช้างมูบ ไปยังบ้านหอมหมื่นลี้ที่ดอยแม่สะลอง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

เมื่อถึงบ้านหอมหมื่นลี้ บริการดีมาก เราได้เช่าห้องพัก Jacuzzi Suite โดยจะมีเพียงแค่ 2 ห้องเท่านั้น J1 & J2 ในห้องจะมีจากุซซี่ไว้บริการ ซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่ โดยทางผู้เขียนได้เลือกห้อง J2 โดยมีค่าบริการคืนละ 5,500 บาท สามารถเข้าพักได้สูงสุดที่ 3 ท่าน ซึ่งห้อง J2 ที่เราเลือกไว้เป็นจากุซซี่แบบทรงสี่เหลี่ยม แต่ห้อง J2 เป็นจากุซซี่แบบวงกลม และวิวแตกต่างกันเล็กน้อย

ไม่เพียงแค่นั้นแต่ในห้องยังมีพร๊อพไว้ใช้สำหรับถ่ายรูป และเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่นโปรเจ็คเตอร์สำหรับฉายวิดีโอ ลำโพง Marshall เครื่องฟอกอากาศ ดอกไม้ต่าง ๆ ฯลฯ ถือว่าห้องและวิวที่ได้คุ้มค่าคุ้มราคามาก วันที่เราไปคือปลายเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงนั้นอากาศช่วงกลางวันจะอยู่ที่ 25-28 องศา ส่วนกลางคืนต่ำสุดอยู่ที่ 19 องศา ทำให้ช่วงเวลากลางคืนไม่ต้องเปิดแอร์เลย ซึ่งห้องพักเราสามารถเช็คอินได้ตอน 14.00-20.00 น. ส่วนเวลาเช็คเอาท์ก่อน 11.55 น.

พอเรามาถึงช่วงค่ำ ๆ สัก 19.00 น. ก็ได้สั่งจองชาบูแบบยูนนานเอาไว้ โดยราคาอยู่ที่ 790 บาท สามารถทานได้ 2-3 คน โดยชาบูจะมีน้ำซุป 3 แบบ ซึ่งส่วนตัวยังไม่เคยกินมาก่อนแต่รู้สึกว่าอร่อย และเหมาะกับพื้นที่อากาศเย็น ๆ ได้กินอะไรอุ่น ๆ ช่วงค่ำ ๆ ให้ความรู้สึกที่ดีมาก

ในตู้เย็นก็จะมีอาหารและขนมสำหรับไว้ทานเล่น รวมไปถึงไวน์ 1 ขวด รวมไปถึงอาหารแช่แช็งบางอย่าง ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ของที่อยู่ในตู้เย็นสามารถทานได้ทั้งหมด

พอเช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง ก็ถึงเวลาการถ่ายรูปวิวสวย ๆ พร้อมกับอาหารเช้า ซึ่งอาหารเช้าของห้อง J1 & J2 จะมาเสิร์ฟถึงห้อง โดยจะมี ชา กาแฟ ครัวซองค์ น้ำผลไม้ โยเกิร์ต บะหมี่ยูนนาน สลัด ซึ่งทั้งหมดนี้คือเยอะมาก ๆ เสิร์ฟและทานกันถึงห้องโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตอนเวลาประมาณ 08.30 น. (แอบบอกว่าหน้าตาอาหารสวยงาม เหมาะกับตอนเอามาเป็นพร๊อพถ่ายรูปได้อีก) แต่ถ้าเราใช้บริการห้องพักปกติ ก็สามารถไปทานอาหารเช้าได้ที่ห้องทานอาหารส่วนกลางได้เหมือนกัน

จากุซซี่ก็จะมีระบบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น แน่นอนว่าอากาศข้างบนดอยแม่สะลองอากาศค่อนข้างเย็นในช่วงเช้า แนะนำว่าเป็นน้ำอุ่น พร้อมทั้งมีบับเบิ้ลบาธ ผงสำหรับตีฟอง แนะนำว่าให้ใส่ผงตีฟองลงไปก่อนที่จะใส่น้ำ จะทำให้ฟองเยอะ ถ่ายรูปแล้วออกมาดูดีเลยทีเดียว แต่เอาเข้าจริงการแช่จากุซซี่บนดอยนั้น ถึงแม้จะมีน้ำอุ่นก็จริง แต่ก็แช่ได้ไม่นานนัก เพราะอากาศโดยรอบค่อนข้างเย็น เน้นถ่ายรูปกันมากกว่า ส่วนรสชาติอาหาร อร่อยหลายอย่างเลยทีเดียว ส่วนตัวชอบครัวซองค์แฮม และครัวซองค์แอลมอนด์ หอมนุ่ม อบใหม่

วันที่ 2 รีวิว เที่ยวเชียงราย วัดร่องขุ่น สิงห์ปาร์ค เชียงรายไนท์บาร์ซาร์

รีวิว เที่ยวเชียงราย
เส้นทางของวันที่ 2 เน้นเบา ๆ ไม่ค่อยชะโงกทัวร์เหมือนวันแรกแล้ว

เราได้เช็กเอาท์จากบ้านหอมหมื่นลี้ ช่วงเวลา 10.00 น. แล้วก็แวะร้านกาแฟที่อยู่ตรงข้าม ชื่อ Sweet Maesalong Café มีกาแฟหอม ๆ พร้อมทั้งเบเกอรี่บริการ โดยเราได้แวะพักชมทิวทัศน์ภูเขา และเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง โดยขับรถไปที่ พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ดอยแม่สลอง หรือที่รู้จักกันในนามพระมหาเจดีย์สมเด็จย่า ซึ่งอยู่ใกล้มาก ขับรถไปเพียง 12 นาที เท่านั้น ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของดอยแม่สะลอง โดยศิลปะเป็นแบบล้านนาประยุกต์ ด้านบนเราจะสามารถเข้าไปสักการะได้ เนื่องจากเป็นจุดสูงสุดของดอยแม่สะลอง เราสามารถชมทิวทัศน์โดยรอบของดอยได้เลยทีเดียว

เดินทางจากดอยแม่สะลอง มายังวัดร่องขุ่น รีวิว เที่ยวเชียงราย

วัดร่องขุ่น
วัดมีความวิจิตรงดงามมาก

ต่อมาเราได้เดินทางออกจากดอยแม่สะลอง เวลา 11.30 น.  เพื่อเข้าไปยังตัวเมืองเชียงราย จุดมุ่งหมายคือวัดร่องขุ่น ต้องขับรถลงดอยและคดเคี้ยวพอสมควร ถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้ขับรถเอง แต่มีอาการเมารถมาก ดังนั้นแนะนำว่าให้เอายาแก้เมารถติดตัวไว้ด้วย (แต่คนขับที่ไปด้วยไม่มีอาการเมารถแต่อย่างใด) และให้ปรับเบาะนอนลง จะช่วยได้มาก โดยใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที โดยทางผู้เขียนได้แวะปั๊มน้ำมันและร้านอาหารด้วย ก็จะถึงวัดร่องขุ่นช่วงเวลา 13.45 น. ซึ่งวัดร่องขุ่นนั้นหลายคนรู้จักกันอยู่แล้ว ซึ่งตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ที่เราเดินทางกันไปนั้น คนน้อยกว่าที่คิดมาก อาจเป็นเพราะสถานการณ์โควิดในช่วงนั้นกำลังทยอยเป็นขาขึ้นด้วย สำหรับคนที่เพิ่งเคยมาครั้งแรกอย่างผู้เขียนเอง เห็นแล้วรู้สึกว่างานศิลปะวิจิตรงดงาม เราได้ใช้เวลาเข้าไปชื่นชมความงามของสถานที่ต่าง ๆ ในวัดร่องขุ่น และได้ถ่ายรูปเก็บมาบ้างด้วย

แวะพักผ่อน หาอะไรกินที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย

เราออกเดินทางจากวัดร่องขุ่นเวลา 15.00 มุ่งหน้าไปยังสิงห์ปาร์คเชียงราย ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งในสิงห์ปาร์คทางผู้เขียนเองไม่ได้เข้าไปด้านใน เพียงแค่แวะจอดรูปหาอะไรกิน หาซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ พักผ่อนจากการเดินทางเท่านั้น ซึ่งสิงห์ปาร์คเชียงราย ตรงด้านหน้าก็จะมีคาเฟ่และร้านอาหารต่าง ๆ เลยเป็นจุดแวะพักรถได้เป็นอย่างดี ซึ่งจุดไฮไลท์สำหรับการถ่ายรูปก็คงจะหนีไม่พ้นตรงลานโลโก้สิงห์ ซึ่งใหญ่มาก ๆ เลยได้มา 1 รูป เบา ๆ ซึ่งเราใช้เวลาอยู่กับที่สิงห์ปาร์คประมาณ 2 ชั่วโมง

หาอะไรกินช่วงค่ำที่ เชียงราย ไนท์บาร์ซาร์ และพักที่โรงแรม Hi Chiangrai

โรงแรม ไฮเชียงราย
โรงแรม ไฮเชียงราย ห้องพักราคาไม่แรง

เดินทางออกจากสิงห์ปาร์คประมาณ 17.00 น. ไปยังโรงแรม Hi Chiangrai ในตัวเมืองเชียงราย ใช้เวลาเดินทางราว 20 นาที ซึ่งห้องพักที่นี่ไม่แพงเลย โดยเข้าพักห้องแบบสุพีเรียเตียงแฝด อยู่ที่ 900 บาทต่อคืน ก็ถือว่าที่นี่อยู่ในตัวเมืองเชียงราย ทำให้เดินทางไปยังตัวเมืองออกไปได้ง่าย และยังมีที่จอดรถด้วย จึงเหมาะกับคนที่เช่ารถมา และที่เลือกที่นี่คือเพราะอยู่ใกล้ เชียงราย ไนท์บาร์ซาร์ ที่เพียงแค่เดินไปก็ถึงเลย ทำให้เราเดินหาอะไรกินได้ง่ายด้วย

โรงแรม ไฮเชียงราย
อีกมุมหนึ่งของโรงแรม

เราไปที่เชียงราย ไนท์บาร์ซาร์ตอน 19.00 น. ซึ่งค่อนข้างเงียบเหงามากร้านอาหารตรงไนท์บาร์ซาร์เปิดขายอาหารเพียงแค่ครึ่งเดียว ส่วนตรงที่เป็นถนนคนเดินก็มีร้านค้าประปรายเท่านั้น ถ้าเป็นช่วงก่อนโควิดเชื่อได้เลยว่าคนคงเดินกันเต็ม ร้านอาหารคงเปิดทุกล็อต ก็เป็นที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน จากนั้นก็กลับเข้าโรงแรมไฮเชียงราย เพื่อพักผ่อนพร้อมรับการเดินทางในวันถัดไป

เชียงราย ไนท์บาร์ซาร์
เชียงราย ไนท์บาร์ซาร์ ในยามค่ำคืน ค่อนข้างเงียบเหงา ร้านค้าและร้านอาหาร ไม่ได้เปิดหลายร้าน อยากใหห้มาเที่ยวกันเยอะ ๆ

วันที่ 3 ไปดอยช้าง เพลินกับคาเฟ่ U Garden แวะซื้อของฝาก และไปวัดร่องเสือเต้น ก่อนกลับกรุงเทพฯ

ดอยช้างมูบ
วันที่ 3 วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ ไปดอยช้าง U Garden แวะร้านของฝากร้านวรรณภา สาขาหอนาฬิกา และวัดร่องเสือเต้น

ตอนเช้าเราเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมประมาณ 08.00 น. จากนั้นไปร้านข้าวซอยในเมือง ชื่อว่าพอใจ ข้าวซอย เราไปกันแต่เช้า ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านเปิดพอดี น่าจะเป็นลูกค้าเจ้าแรกของวันนั้น ราคาไม่แพงเลย และรสชาติดี อร่อยถูกปาก เป็นอาหารมื้อแรกของวันสำหรับการเติมพลังในการเที่ยวของวันนี้ได้ดีเลยทีเดียว

ขึ้นดอยกันอีกครั้ง กับดอยช้าง ไปที่คาเฟ่ U Garden คาเฟ่วิวภูเขา

คาเฟ่ U Garden
มุมถ่ายรูปสุดฮิตที่ คาเฟ่ U Garden วิวดี กาแฟอร่อย แถมถ่ายรูปออกมาสวย อากาศเย็นสบาย

ในทริปนี้เรายังคงจะขึ้นดอยกันอีกครั้ง เราออกจากร้านพอใจข้าวซอยตอน 08.40 น. มุ่งหน้าสู่ดอยช้าง เพื่อไปคาเฟ่ U Garden โดยจะใช้เวลาในการเดินทางอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 20 นาที หลายคนคงสงสัยว่า เราต้องขึ้นดอยช้างเพื่อแวะไปคาเฟ่ขนาดนี้เลยหรอ เอาเข้าจริงตามระยะทางบนดอยช้าง จะมีที่พักและคาเฟ่เป็นระยะ ซึ่งเราสามารถเข้าคาเฟ่ที่ไหนก็ได้ แต่ว่าวิวในการชมวิวแต่ละคาเฟ่จะแตกต่างกันออกไป

ที่เลือกที่นี่เพราะว่าวิวค่อนข้างสวย คนไม่เยอะมากในวันเวลาที่ไป กาแฟก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว ซึ่งมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ 2-3 มุม แถมเจอน้อนแมวแถวนั้นด้วย เลยเล่นเพลิน แถมพามาถ่ายรูปด้วยกันเสียเลย เราแวะพักที่คาเฟ่ U Garden นานมาก แล้วถึงค่อยกลับ เหมือนกับว่ามาปล่อยใจ พักผ่อนแบบที่พักกันจริง ๆ ลืมเรื่องเวลา การงานออกไปจนหมด ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง มองวิวไปเรื่อย ๆ ถือว่าเป็นการใช้เวลาที่ได้ความสงบในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

กลับเข้าตัวเมืองอีกครั้ง พร้อมซื้อของฝากจากเชียงราย ร้านวรรณภา แน่นอนว่าไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ต้องมี

เราลงจากดอยช้างออกจาก U Garden ช่วงเวลาประมาณ 12.30 โดยขับรถมาที่ตัวเมืองเชียงรายเช่นเดิม โดยแวะซื้อของฝากกันก่อน มากันที่ร้านวรรณภา สาขาหอนาฬิกา ของที่ขึ้นชื่อคงจะหนีไม่พ้นแคปหมูและน้ำพริกหนุ่ม รวมไปถึงไส้อั่ว ซึ่งผู้เขียนช้อปกันเพลินมาก เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก จำได้ว่าซื้อไส้อั่วมา 1 กิโลกรัม น้ำพริกหนุ่ม 1 ห่อใหญ่ 2 ห่อเล็ก กุนเชียง 2 แพ็คใหญ่ รวมไปถึงของอื่น ๆ หมดไปประมาณ 1,200 บาท ไม่ต้องกังวลเรื่องการแบกกลับ เพราะเราบินกับไทยสมายล์ สามารถโหลดกระเป๋าได้ถึง 20 กิโลกรัม แนะนำเลยว่าน้ำพริกหนุ่มอร่อย ไม่เผ็ดมากนัก ห่อเล็กกินสองวันหมดแล้ว เสียดายรู้งี้น่าจะซื้อมามากกว่านี้ หลังจากนั้นก็เริ่มแวะร้านข้าวแกงข้าง ๆ เพื่อเติมพลังในการเดินทางต่อไป

สุดท้าย แวะไหว้พระที่ วัดร่องเสือเต้น ก่อนกลับ

วัดร่องเสือเต้น
วัดร่องเสือเต้น ด้านในพระวิหารมี พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ เป็นพระประธานสีขาว ปางมารวิชัย

สุดท้ายแล้ว วัดร่องเสือเต้น จริง ๆ จะอยู่ใกล้ ๆ กับวัดร่องขุ่น ถ้ามาจากร้านของฝากวรรณภา ขับรถไม่เกิน 10 นาที ทั้งวัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่เน้นสีน้ำเงินเป็นหลัก ตัดกับสีเหลืองทอง ทั้งในอุโบสถ และสถาปัตยกรรมด้านนอกด้วย และด้านในวัดยังมีร้านขายของเล็ก ๆ สำหรับซื้อของฝาก เสื้อผ้า ด้านในพระวิหารมี พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ เป็นพระประธานสีขาว ปางมารวิชัย ซึ่งมีความสวยงาม แนะนำมาก ๆ ว่าใครที่เป็นสายบุญหรือต้องการชื่นชมความงามของศิลปะวัฒนธรรม ก็ไม่ควรพลาดที่วัดแห่งนี้

สุดท้ายเราก็เดินทางกลับกรุงเทพ ด้วยสายการบินไทยสมายล์ตอนเวลา 20.45 น. ที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ถึงกรุงเทพ สนามบินสุวรรณภูมิตอน 22.00 น. นับว่าทริปนี้เป็นโรดทริปที่สนุกอีกทริป ได้ไปวัดและทำบุญ รวมไปถึงการขึ้นดอยถึง 4 ดอยด้วยกัน เป็นทริปที่ได้รูปภาพสวย ๆ และไม่โหดจนเกินไป เชียงรายเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่อย่างน้อยควรมาเยี่ยมเยียนและมาเที่ยวกันให้ได้สักครั้ง

สรุปค่าใช้จ่าย รีวิว เที่ยวเชียงราย ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ทริป เที่ยวเชียงราย 3 วัน 2 คืน สำหรับ 2 คน (ยกเว้นค่ากินกับของฝาก)

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไทยสมายล์ ไปกลับ จำนวน 2 ที่นั่ง 3,960 บาท (เฉลี่ยคนละ 1,980 บาท)
  • ค่าเช่ารถ Honda Jazz จำนวน 3 วัน ราคา 3,200 บาท (เฉลี่ยคนละ 1,600 บาท)
  • ค่าน้ำมัน 1,100 บาท E20 ราคาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 (เฉลี่ยคนละ 550 บาท)
  • ค่าที่พัก บ้านหอมหมื่นลี้ ห้อง J2 ราคา 5,500 บาท 1 คืน (เฉลี่ยคนละ 2,750 บาท)
  • ค่าที่พัก โรงแรมไฮเชียงราย ห้องเตียงคู่ 1 คืน 900 บาท (เฉลี่ยคนละ 450 บาท)

ทั้งหมดนี้ราคาเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 7,330 บาทเท่านั้น ถ้ารวมค่าใช้จ่าย 2 คนจะอยู่ที่ 14,660 บาท ซึ่งยังไม่รวมค่าของกินและของฝากทั้งหมาย เอาง่าย ๆ อาจจะตีกลม ๆ ค่าใช้จ่ายในทริปนี้ต่อคนอยู่ที่ 10,000 บาท เท่านั้น นับว่าเป็นทริปที่คุ้มค่ามากเลยทีเดียว

rabbitor.net

ไปที่ไหนในเชียงรายบ้างในทริปนี้ และใช้เวลาเท่าไร

ไปดอยช้าง ดอยแม่สะลอง ดอยตุง และดอยช้างมูบ ทั้งหมด 3 วัน 2 คืน

การเดินทางเป็นอย่างไร ใช้พาหนะใดเป็นหลัก

เราเช่ารถ เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทาง

ค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่เท่าไร

ไม่รวมค่ากินและของฝาก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อคนอยู่ที่ประมาณ 7,330 บาท

ติดตาม Social Media และเว็บไซต์ในเครือได้ที่นี่
Close
💚 เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่านได้เลย! เจอคอนเทนต์ที่ถูกใจอ่านจบแล้ว แชร์ให้ด้วยนะ💚
Close

ติดตาม Social Media ของเราได้ที่